ข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์ (Terms of Service) ต้องมีอะไรบ้าง
เรียบเรียงโดยทีมงาน Sakao เป็นข้อมูลทั่วไป ยังไม่ผ่านการตรวจโดยทนายความ • อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2569
คำตอบสั้น
ข้อกำหนดการใช้งาน (Terms of Service) ที่ดีควรครอบคลุมอย่างน้อย ขอบเขตบริการและคุณสมบัติผู้ใช้ สิทธิและข้อห้ามของผู้ใช้ ทรัพย์สินทางปัญญา เงื่อนไขการชำระเงินและการคืนเงิน (ถ้ามี) ข้อจำกัดความรับผิด การระงับหรือยกเลิกบัญชี การแก้ไขข้อกำหนด และกฎหมายที่ใช้บังคับกับการระงับข้อพิพาท และควรมีนโยบายความเป็นส่วนตัวคู่กันตาม PDPA ทั้งนี้ข้อจำกัดความรับผิดที่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินไปอาจไม่มีผลบังคับตามกฎหมายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
Terms of Service คืออะไร และทำไมเว็บไซต์ต้องมี?
Terms of Service หรือข้อกำหนดการใช้งาน คือข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการเว็บไซต์/แอปพลิเคชันกับผู้ใช้ ที่กำหนดกติกาในการใช้บริการ สิทธิและหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เมื่อผู้ใช้เข้าใช้บริการหรือกดยอมรับ ก็ถือว่าตกลงผูกพันตามเงื่อนไขนั้น เอกสารนี้จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญของผู้ประกอบการ เพราะช่วยกำหนดขอบเขตความรับผิด และวางกรอบการใช้งานที่ชัดเจน
การมีข้อกำหนดการใช้งานที่รัดกุมช่วยลดข้อพิพาทและความเข้าใจผิด เช่น เรื่องการคืนเงิน การใช้เนื้อหา หรือพฤติกรรมต้องห้ามของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดต้องเขียนให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเงื่อนไขที่ขัดต่อกฎหมายหรือเอาเปรียบเกินไปอาจไม่มีผลบังคับ
ข้อกำหนดการใช้งานควรมีหัวข้ออะไรบ้าง?
หัวข้อสำคัญที่ควรมีในข้อกำหนดการใช้งาน ได้แก่ ขอบเขตของบริการและคุณสมบัติผู้ใช้ (เช่น อายุขั้นต่ำ) สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้พร้อมข้อห้าม เช่น ห้ามใช้ในทางผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิผู้อื่น เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาว่าเนื้อหาในเว็บเป็นของผู้ใด และผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้ใช้เพียงใด ตลอดจนเงื่อนไขการชำระเงิน การคืนเงินหรือคืนสินค้า หากเป็นบริการที่มีการเก็บเงิน
นอกจากนี้ควรมีข้อจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการ เงื่อนไขการระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้ การสงวนสิทธิแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและวิธีแจ้งผู้ใช้ รวมถึงกฎหมายที่ใช้บังคับและวิธีระงับข้อพิพาท การจัดหัวข้อให้ครบช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจกติกาชัดเจนและลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่ข้อพิพาท ผู้ประกอบการสามารถใช้แบบฟอร์ม Terms & Conditions ภาษาไทยของ Sakao เป็นโครงตั้งต้นแล้วปรับให้ตรงกับบริการของตน
Terms of Service เกี่ยวข้องกับ PDPA และความรับผิดอย่างไร?
เว็บไซต์หรือแอปที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ เช่น ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ด้วย ดังนั้นนอกจากข้อกำหนดการใช้งานแล้ว ควรมี “นโยบายความเป็นส่วนตัว” แยกอีกฉบับ เพื่ออธิบายว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้เพื่ออะไร เก็บนานเท่าใด และผู้ใช้มีสิทธิอย่างไร การมีทั้งสองเอกสารคู่กันจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับบริการออนไลน์
เรื่องข้อจำกัดความรับผิด แม้ผู้ให้บริการจะเขียนยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไว้ แต่ข้อสัญญาที่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินสมควรอาจไม่มีผลบังคับ หรือถูกปรับลดได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นการเขียนข้อจำกัดความรับผิดควรอยู่ในขอบเขตที่สมเหตุผลและเป็นธรรม ไม่ใช่ยกเว้นความรับผิดทั้งหมดแบบเหมารวม เพื่อให้เงื่อนไขมีผลบังคับได้จริงและไม่สร้างความเสี่ยงทางกฎหมายย้อนกลับมา
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สร้างเอกสารเหล่านี้ออนไลน์ กรอกข้อมูลแล้วดาวน์โหลด PDF ได้ทันที
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ สำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ภาษาไทยถูกต้องตามกฎหมาย
นโยบายความเป็นส่วนตัวตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
คำถามที่พบบ่อย
Terms of Service กับ Privacy Policy ต่างกันไหม?
ต่างกัน Terms of Service คือกติกาการใช้บริการและสิทธิหน้าที่ของผู้ใช้ ส่วน Privacy Policy คือนโยบายเกี่ยวกับการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ควรมีทั้งสองฉบับหากเว็บมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้
เขียนยกเว้นความรับผิดทั้งหมดได้ไหม?
การยกเว้นความรับผิดแบบเหมารวมที่เอาเปรียบผู้บริโภคเกินสมควรอาจไม่มีผลบังคับหรือถูกปรับลดตามกฎหมายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จึงควรกำหนดข้อจำกัดความรับผิดในขอบเขตที่สมเหตุผล
ผู้ใช้แค่เข้าเว็บ ถือว่ายอมรับข้อกำหนดแล้วไหม?
การผูกพันขึ้นอยู่กับวิธีแสดงความยินยอม การให้ผู้ใช้กดยอมรับอย่างชัดเจน (clickwrap) มักมีน้ำหนักกว่าการเพียงมีลิงก์ข้อกำหนดในหน้าเว็บ ควรออกแบบการยอมรับให้ชัดเจน
ต้องเขียน Terms of Service เป็นภาษาไทยไหม?
หากกลุ่มผู้ใช้เป็นคนไทย การมีฉบับภาษาไทยที่เข้าใจง่ายช่วยให้ผู้ใช้รับทราบเงื่อนไขได้จริงและลดข้อโต้แย้งเรื่องความเข้าใจ อาจทำสองภาษาควบคู่ได้ตามกลุ่มเป้าหมาย
อ้างอิงทางกฎหมาย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) (หน้าที่เกี่ยวกับการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 (การควบคุมข้อสัญญาจำกัด/ยกเว้นความรับผิดที่ไม่เป็นธรรม)
- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (การคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกรรมออนไลน์)
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาทนายความ
ดูคู่มือทั้งหมด