โนติส (หนังสือบอกกล่าว) คืออะไร ต้องให้ทนายร่างไหม
เรียบเรียงโดยทีมงาน Sakao เป็นข้อมูลทั่วไป ยังไม่ผ่านการตรวจโดยทนายความ • อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2569
คำตอบสั้น
โนติสคือหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือทวงถามที่ส่งถึงอีกฝ่ายให้ปฏิบัติตามสิทธิ เช่น ชำระหนี้หรือหยุดการกระทำ ภายในเวลาที่กำหนด ผลทางกฎหมายคือทำให้ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อครบกำหนด ทำให้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้ และในหลายกรณีเป็นเงื่อนไขก่อนบอกเลิกสัญญาหรือฟ้อง กรณีทั่วไปที่ไม่ซับซ้อนเขียนเองได้ด้วยแบบฟอร์มทวงถาม แต่หากเรื่องซับซ้อนหรือทุนทรัพย์สูง การให้ทนายตรวจหรือร่างช่วยลดความเสี่ยงเรื่องถ้อยคำและกำหนดเวลา
โนติส (หนังสือบอกกล่าว) คืออะไร?
โนติสเป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียก “หนังสือบอกกล่าว” หรือ “หนังสือบอกกล่าวทวงถาม” ซึ่งเป็นเอกสารที่ฝ่ายหนึ่งส่งถึงอีกฝ่ายเพื่อแจ้งให้ปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ภายในเวลาที่กำหนด เช่น ทวงให้ชำระหนี้ที่ค้าง เรียกให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือให้หยุดการกระทำที่ละเมิดสิทธิ โดยระบุมูลเหตุ จำนวนเงินหรือสิ่งที่เรียกร้อง และกำหนดเวลาให้ปฏิบัติอย่างชัดเจน
หัวใจของโนติสคือการสื่อสารอย่างเป็นทางการที่มีวันที่และรายละเอียดครบถ้วน ต่างจากการทวงด้วยวาจาหรือแชตทั่วไป เพราะโนติสถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานและสร้างผลทางกฎหมายบางประการ หลายครั้งเพียงการได้รับโนติสที่เป็นทางการก็ทำให้อีกฝ่ายที่ตั้งใจเพิกเฉยรีบติดต่อกลับมาเจรจา เพราะเห็นว่าผู้ส่งเอาจริงและพร้อมดำเนินการตามกฎหมายในขั้นต่อไป
โนติสมีผลทางกฎหมายอย่างไร?
โนติสไม่ใช่แค่การทวงถามธรรมดา แต่มีผลทางกฎหมายที่สำคัญหลายอย่าง ประการแรก เป็นการเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ เมื่อครบกำหนดตามที่ระบุแล้วยังไม่ปฏิบัติ โดยหลักถือว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด ซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มได้ตามกฎหมาย ประการที่สอง ในหลายกรณีการบอกกล่าวเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ทำก่อน เช่น การบอกกล่าวให้ชำระค่าเช่าก่อนบอกเลิกสัญญา หรือการทวงถามก่อนฟ้อง
ด้วยผลเหล่านี้ การส่งโนติสอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญ ทั้งเรื่องเนื้อหาที่ต้องระบุสิทธิและกำหนดเวลาให้ชัด และวิธีการส่งที่ต้องมีหลักฐานการรับ เพราะหากถ้อยคำคลาดเคลื่อนหรือกำหนดเวลาไม่ถูกต้อง อาจทำให้ขั้นตอนก่อนฟ้องไม่สมบูรณ์และกระทบต่อการดำเนินคดี บางกรณีที่เกี่ยวกับอายุความ การส่งโนติสและการดำเนินการต่อภายในกำหนดก็มีความสำคัญ จึงไม่ควรปล่อยเรื่องให้ล่าช้าเกินไป
โนติสต้องให้ทนายร่างไหม เขียนเองได้เมื่อไร?
โนติสในเรื่องทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน เช่น ทวงหนี้จำนวนไม่มากที่มีหลักฐานชัดเจน ผู้เรียกร้องสามารถเขียนเองได้ โดยใช้แบบฟอร์มหนังสือทวงถามที่มีโครงสร้างครบถ้วนเป็นตัวช่วย ระบุมูลหนี้ จำนวน กำหนดเวลาชำระ และช่องทางติดต่อ แล้วส่งด้วยวิธีที่มีหลักฐานการรับ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือ EMS การทำเองในกรณีเช่นนี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หากเรื่องมีความซับซ้อน ทุนทรัพย์สูง มีข้อกฎหมายละเอียดอ่อน หรือมีความเสี่ยงว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้ง การปรึกษาทนายความจะช่วยให้ถ้อยคำรัดกุม กำหนดเวลาถูกต้อง และวางกลยุทธ์ก่อนฟ้องได้เหมาะสม สำหรับกรณีทั่วไป แบบฟอร์มหนังสือทวงถาม/บอกกล่าวของ Sakao ครอบคลุมประเด็นสำคัญตามกฎหมายครบถ้วน ได้เอกสารที่พร้อมใช้งานทันที
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สร้างเอกสารเหล่านี้ออนไลน์ กรอกข้อมูลแล้วดาวน์โหลด PDF ได้ทันที
หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ บอกกล่าวก่อนฟ้อง ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล
หนังสือทวงถามหนี้อย่างเป็นทางการ ระบุจำนวนหนี้ กำหนดชำระ ดอกเบี้ยผิดนัด ใช้เป็นหลักฐานก่อนฟ้องศาล
คำถามที่พบบ่อย
โนติสกับหนังสือทวงถาม เป็นอย่างเดียวกันไหม?
โดยทั่วไปคนไทยใช้คำว่า “โนติส” แทนหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือทวงถาม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เรียกให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามสิทธิภายในกำหนด จึงถือว่าใกล้เคียงหรือเป็นสิ่งเดียวกันในทางปฏิบัติ
ส่งโนติสทางไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด?
ควรส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือ EMS ไปยังที่อยู่ตามสัญญาและที่อยู่ปัจจุบันของอีกฝ่าย เพื่อให้มีหลักฐานการส่งและการรับ ซึ่งใช้อ้างอิงได้หากต้องดำเนินคดีต่อ
ไม่มีทนาย ส่งโนติสเองได้ไหม?
ได้ กรณีทั่วไปที่ไม่ซับซ้อนสามารถทำและส่งเองได้ด้วยแบบฟอร์มที่ครบถ้วน แต่หากเรื่องซับซ้อนหรือทุนทรัพย์สูง การให้ทนายตรวจหรือร่างช่วยลดความเสี่ยงเรื่องถ้อยคำและขั้นตอน
ส่งโนติสแล้วอีกฝ่ายไม่รับ ต้องทำอย่างไร?
การส่งไปยังที่อยู่ที่ถูกต้องด้วยไปรษณีย์ลงทะเบียน แม้ผู้รับปฏิเสธหรือไม่มารับ ก็มักถือว่าได้ดำเนินการส่งโดยชอบแล้วในหลายกรณี ควรเก็บหลักฐานการส่งไว้และปรึกษาทนายหากไม่แน่ใจ
อ้างอิงทางกฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการผิดนัดและผลของการผิดนัด (การบอกกล่าวทวงถามและสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัด)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 (ตัวอย่างกรณีที่ต้องบอกกล่าวก่อนใช้สิทธิ เช่น บอกกล่าวให้ชำระค่าเช่าก่อนบอกเลิกสัญญา)
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาทนายความ
ดูคู่มือทั้งหมด