สัญญากู้ยืมเงิน ติดอากรแสตมป์เท่าไร
เรียบเรียงโดยทีมงาน Sakao เป็นข้อมูลทั่วไป ยังไม่ผ่านการตรวจโดยทนายความ • อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2569
คำตอบสั้น
สัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่ต้องติดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร โดยหลักคือ อากร 1 บาท ต่อทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินที่กู้ และเสียสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท เช่น กู้ 100,000 บาท เสียอากร 50 บาท เมื่อปิดอากรแล้วต้องขีดฆ่าให้เรียบร้อย หากไม่ปิดอากรให้ครบ อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม
สัญญากู้ยืมเงินต้องติดอากรแสตมป์เท่าไร?
สัญญากู้ยืมเงินจัดเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร โดยหลักที่ใช้กันคือ คิดอากร 1 บาท ต่อทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท ของยอดเงินที่ให้กู้ยืม และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สูตรนี้ทำให้อากรแปรผันตามวงเงินกู้ ยิ่งกู้มากยิ่งเสียอากรมากขึ้นจนถึงเพดาน
ยกตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพ เช่น กู้ 10,000 บาท เสียอากร 5 บาท กู้ 100,000 บาท เสียอากร 50 บาท และกู้ 1,000,000 บาท เสียอากร 500 บาท ส่วนวงเงินที่สูงมากจนอากรคำนวณได้เกิน 10,000 บาท ก็จะเสียเพียงเพดาน 10,000 บาท การเข้าใจสูตรนี้ช่วยให้เตรียมอากรแสตมป์ได้ถูกต้องตามยอดกู้จริง โดยดูจากยอดเงินต้นที่ระบุในสัญญาเป็นฐานคำนวณ
ปิดอากรแสตมป์สัญญากู้อย่างไรให้ถูกต้อง?
หลังคำนวณอากรตามยอดกู้แล้ว ให้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบตามจำนวนลงบนสัญญากู้ แล้ว “ขีดฆ่า” แสตมป์ด้วยการลงลายมือชื่อหรือขีดเส้นคร่อมพาดผ่านดวงแสตมป์กับเนื้อกระดาษ เพื่อแสดงว่าใช้แสตมป์กับตราสารฉบับนี้แล้ว โดยทั่วไปวันที่ขีดฆ่าควรตรงกับวันที่ทำสัญญา และผู้ที่ปิด/ขีดฆ่ามักเป็นผู้ให้กู้หรือผู้กู้ตามที่ตกลง
ควรปิดอากรตั้งแต่ตอนทำสัญญา ไม่ควรปล่อยไว้จนต้องใช้เอกสารในชั้นศาลแล้วค่อยตามไปเสียอากรภายหลัง เพราะอาจต้องเสียเงินเพิ่มเป็นค่าปรับ การเตรียมอากรแสตมป์ให้พอดีกับยอดกู้และปิดให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก จึงเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่สำคัญ เมื่อจัดทำสัญญากู้ยืมเงินด้วยแบบฟอร์มของ Sakao แล้ว อย่าลืมคำนวณและปิดอากรแสตมป์ให้ครบก่อนนำไปใช้จริง
ถ้าไม่ปิดอากรแสตมป์สัญญากู้ จะเกิดผลอะไร?
ผลสำคัญของการไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ คือ ตราสารนั้นจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรให้ครบถ้วนพร้อมเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน หมายความว่า แม้หนี้เงินกู้จะมีอยู่จริง แต่หากสัญญากู้ไม่ปิดอากร เมื่อถึงเวลาต้องใช้สัญญาเป็นหลักฐานฟ้องหรือพิสูจน์หนี้ อาจติดขัดและต้องรีบไปเสียอากรพร้อมค่าปรับก่อน
เงินเพิ่ม (ค่าปรับอากร) กรณีเสียอากรล่าช้าอาจสูงเป็นหลายเท่าของค่าอากรเดิม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ การปิดอากรให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นซึ่งใช้เงินไม่มากเมื่อเทียบกับวงเงินกู้ จึงคุ้มค่ากว่าการต้องตามแก้ไขภายหลังมาก โดยเฉพาะสัญญากู้ที่มีโอกาสต้องนำไปใช้ทวงถามหรือฟ้องร้องหากลูกหนี้ผิดนัด
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สร้างเอกสารเหล่านี้ออนไลน์ กรอกข้อมูลแล้วดาวน์โหลด PDF ได้ทันที
สัญญากู้ยืมเงินระหว่างบุคคล ครอบคลุมจำนวนเงิน ดอกเบี้ย กำหนดชำระ และหลักประกัน (ถ้ามี)
ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 982-986 มีรายการครบตามกฎหมายตั๋วเงิน ระบุจำนวนเงิน สถานที่ใช้เงิน และวันถึงกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
กู้เงินหลักหมื่น ต้องติดอากรแสตมป์ด้วยไหม?
โดยหลักสัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรตามยอดกู้ เช่น กู้ 10,000 บาท เสียอากรประมาณ 5 บาท การปิดอากรแม้จำนวนน้อยก็ช่วยให้ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานได้เต็มที่
อากรแสตมป์สัญญากู้ ใครเป็นคนจ่าย?
โดยทั่วไปเป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงกันได้ว่าใครรับผิดชอบค่าอากร แต่ผู้ที่มีหน้าที่เสียอากรตามกฎหมายควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการปิดอากรครบถ้วนก่อนนำเอกสารไปใช้
ทำสัญญากู้หลายฉบับ ต้องปิดอากรทุกฉบับไหม?
ตราสารแต่ละฉบับที่เข้าลักษณะต้องเสียอากรก็ต้องพิจารณาปิดอากรตามหลักเกณฑ์ กรณีต้นฉบับ/คู่ฉบับควรตรวจสอบแนวปฏิบัติกับกรมสรรพากรเพื่อความถูกต้อง
ตั๋วสัญญาใช้เงินกับสัญญากู้ เสียอากรเหมือนกันไหม?
ตราสารต่างชนิดมีหลักเกณฑ์อากรของตนเองตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ควรตรวจสอบประเภทตราสารที่ใช้จริงและอัตราที่เกี่ยวข้องก่อนปิดอากร
อ้างอิงทางกฎหมาย
- ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ข้อ 5 (กู้ยืมเงิน: อากร 1 บาท ต่อทุก 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)
- ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยอากรแสตมป์ (การปิดและขีดฆ่าแสตมป์ และผลของการไม่ปิดอากรต่อการรับฟังพยานหลักฐานและเงินเพิ่ม)
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาทนายความ
ดูคู่มือทั้งหมด