ยืมเงินไม่มีสัญญา ฟ้องได้ไหม (แชท LINE / สลิปโอน)
เรียบเรียงโดยทีมงาน Sakao เป็นข้อมูลทั่วไป ยังไม่ผ่านการตรวจโดยทนายความ • อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2569
คำตอบสั้น
ให้ยืมเงินโดยไม่มีสัญญาก็ยังมีสิทธิทวงและอาจฟ้องได้ แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วางหลักว่า การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อความแชต LINE ที่ผู้ยืมยอมรับว่ายืมและสลิปโอนเงิน อาจใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือทำสัญญากู้หรือหนังสือรับสภาพหนี้ไว้
ยืมเงินไม่มีสัญญา ฟ้องเรียกคืนได้ไหม?
การให้ยืมเงินโดยไม่ได้ทำสัญญาเป็นกระดาษ ไม่ได้แปลว่าหนี้นั้นไม่มีอยู่ ผู้ให้ยืมยังมีสิทธิทวงคืนตามกฎหมาย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “การพิสูจน์” ในชั้นศาล เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดว่า การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีกันไม่ได้
หมายความว่า หากยอดกู้เกิน 2,000 บาทและไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเลย การฟ้องบังคับให้ชำระจะทำได้ยากหรือไม่ได้ ส่วนการกู้ยืมจำนวนไม่เกิน 2,000 บาท กฎหมายไม่ได้บังคับเรื่องหลักฐานเป็นหนังสือในลักษณะเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ยิ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ ยิ่งควรมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิของผู้ให้ยืมไว้
แชต LINE และสลิปโอนเงิน ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม?
แม้จะไม่มีสัญญากู้แบบเป็นทางการ แต่ข้อความแชต เช่น LINE ที่ผู้ยืมพิมพ์ยอมรับว่าได้ยืมเงินไปจริงพร้อมระบุจำนวน และมีข้อมูลที่ระบุตัวผู้ยืมได้ อาจถือเป็นหลักฐานประกอบการกู้ยืมได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับสลิปการโอนเงินที่แสดงว่ามีการส่งมอบเงินจริง แนวทางนี้สอดคล้องกับการยอมรับหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นในปัจจุบัน
จุดที่ต้องระวังคือ สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวบางครั้งพิสูจน์ได้แค่ว่ามีการโอนเงิน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็น “การให้ยืม” เพราะอาจเป็นการชำระหนี้อื่นหรือให้เปล่าได้ จึงควรมีข้อความที่ผู้ยืมยอมรับว่าเป็นการยืมประกอบด้วย เพื่อความชัดเจน ผู้ให้ยืมควรเก็บบทสนทนาทั้งหมด สลิป และข้อมูลบัญชีปลายทางไว้ให้ครบ และหากเป็นไปได้ ควรให้ผู้ยืมทำหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อยืนยันจำนวนและกำหนดชำระ
ควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียเปรียบเมื่อให้ยืมเงิน?
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น ระบุชื่อผู้ให้กู้-ผู้กู้ จำนวนเงิน กำหนดชำระ อัตราดอกเบี้ย (ถ้ามี) และให้ผู้กู้ลงลายมือชื่อ หากไม่ได้ทำสัญญาไว้ตั้งแต่แรก อีกทางเลือกคือให้ผู้ยืมลงนามใน “หนังสือรับสภาพหนี้” ภายหลัง เพื่อยืนยันว่ามีหนี้อยู่จริงและตกลงจะชำระเมื่อใด
เอกสารเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนหนี้ที่พิสูจน์ยากให้กลายเป็นหนี้ที่มีหลักฐานหนักแน่น และทำให้การทวงถามหรือฟ้องร้องมีน้ำหนักขึ้นมาก เมื่อถึงเวลาต้องทวง ควรเริ่มด้วยหนังสือทวงถามที่กำหนดเวลาชำระชัดเจน ผู้ให้ยืมสามารถใช้แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงิน หนังสือรับสภาพหนี้ และหนังสือทวงถามของ Sakao เพื่อจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบและลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิ
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สร้างเอกสารเหล่านี้ออนไลน์ กรอกข้อมูลแล้วดาวน์โหลด PDF ได้ทันที
สัญญากู้ยืมเงินระหว่างบุคคล ครอบคลุมจำนวนเงิน ดอกเบี้ย กำหนดชำระ และหลักประกัน (ถ้ามี)
หนังสือรับสภาพหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/28 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ยืนยันยอดหนี้คงค้างและแผนการชำระ
หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ บอกกล่าวก่อนฟ้อง ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล
คำถามที่พบบ่อย
ยืมกันแค่หลักพัน ไม่มีหลักฐานเลย ฟ้องได้ไหม?
การกู้ยืมไม่เกิน 2,000 บาท กฎหมายไม่ได้บังคับเรื่องหลักฐานเป็นหนังสือแบบเดียวกับยอดที่เกินกว่านั้น แต่ในทางปฏิบัติยังต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ามีการกู้จริง หลักฐานอย่างแชตและสลิปจึงยังมีประโยชน์
มีแต่สลิปโอนเงิน ไม่มีข้อความยอมรับหนี้ ทำอย่างไร?
สลิปเพียงอย่างเดียวอาจพิสูจน์ได้แค่การโอน ควรพยายามให้ผู้ยืมยืนยันเป็นข้อความว่าเป็นการยืม หรือทำหนังสือรับสภาพหนี้ เพื่อเพิ่มน้ำหนักว่าเงินที่โอนเป็นการให้กู้จริง
หนังสือรับสภาพหนี้คืออะไร ช่วยได้อย่างไร?
คือเอกสารที่ลูกหนี้ยอมรับว่ามีหนี้อยู่จริงและตกลงจะชำระ ช่วยยืนยันการมีหนี้และจำนวน ทำให้การทวงและการฟ้องมีหลักฐานชัดเจนขึ้น แม้เดิมจะยืมกันโดยไม่มีสัญญา
ทวงเงินทางแชตแล้วเขาอ่านไม่ตอบ ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม?
ประวัติการทวงถามเป็นหลักฐานประกอบได้ว่ามีการเรียกให้ชำระ แต่เพื่อผลทางกฎหมายที่ชัดเจน ควรทำหนังสือทวงถามส่งแบบมีหลักฐานการรับ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
อ้างอิงทางกฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 (การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (การรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐาน)
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาทนายความ
ดูคู่มือทั้งหมด