ลาออกต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน

เรียบเรียงโดยทีมงาน Sakao เป็นข้อมูลทั่วไป ยังไม่ผ่านการตรวจโดยทนายความLast updated 9 กรกฎาคม 2569

Short answer

โดยทั่วไปการลาออกให้ยึดตามข้อบังคับหรือสัญญาจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดให้แจ้งล่วงหน้า 30 วัน หากสัญญาจ้างไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนและไม่ได้ระบุไว้ หลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 คือ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกจ้างเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป แต่ไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน การลาออกเป็นสิทธิของลูกจ้างและไม่จำเป็นต้องรอนายจ้างอนุมัติ

ลาออกต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันตามกฎหมาย?

คำตอบขึ้นอยู่กับว่ามีข้อตกลงไว้อย่างไร ในทางปฏิบัติ นายจ้างส่วนใหญ่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้ลูกจ้างแจ้งลาออกล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน หากมีข้อกำหนดเช่นนี้ ลูกจ้างก็ควรปฏิบัติตาม เพราะเป็นเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้และช่วยให้การส่งมอบงานเป็นระเบียบ ตัวเลข 30 วันจึงเป็นกรอบที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ

หากสัญญาจ้างไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้และเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน หลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ระบุว่า คู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกกันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน

นายจ้างไม่อนุมัติใบลาออก มีผลไหม?

การลาออกเป็นการแสดงเจตนาเลิกสัญญาจ้างของลูกจ้าง โดยหลักเมื่อลูกจ้างยื่นหนังสือลาออกที่ระบุวันมีผลชัดเจนและถึงนายจ้างแล้ว การลาออกย่อมมีผลตามที่แจ้ง โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากนายจ้าง เพราะไม่ใช่การขออนุญาต แต่เป็นการใช้สิทธิเลิกสัญญาของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างควรปฏิบัติตามระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้าที่ตกลงไว้ เพราะหากลาออกกะทันหันโดยไม่บอกล่วงหน้าตามกำหนด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง อาจมีประเด็นเรื่องความรับผิดตามมาได้ในบางกรณี การยื่นหนังสือลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันสุดท้ายของการทำงานให้ชัด และเก็บสำเนาที่มีหลักฐานการรับไว้ จึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยและช่วยลดข้อพิพาท

เขียนหนังสือลาออกอย่างไรให้เรียบร้อย?

หนังสือลาออกที่ดีควรมีสาระสำคัญครบ ได้แก่ ชื่อลูกจ้างและตำแหน่ง วันที่ยื่นหนังสือ ข้อความแสดงเจตนาขอลาออก วันที่ต้องการให้การจ้างสิ้นสุด (วันทำงานวันสุดท้าย) และลายมือชื่อ อาจกล่าวขอบคุณและแสดงความพร้อมส่งมอบงานเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ความชัดเจนเรื่องวันมีผลช่วยให้ทั้งสองฝ่ายนับระยะเวลาบอกกล่าวได้ตรงกัน

ควรยื่นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคลตามช่องทางที่บริษัทกำหนด และขอหลักฐานการรับไว้ เช่น สำเนาที่มีการลงรับ หรืออีเมลตอบกลับ เพื่อยืนยันว่าได้ยื่นแล้วจริงในวันใด การใช้แบบฟอร์มหนังสือลาออกของ Sakao ช่วยให้โครงสร้างครบถ้วนและมืออาชีพ ลดโอกาสที่จะตกหล่นสาระสำคัญ เช่น วันมีผลของการลาออกที่เป็นจุดสำคัญที่สุดของเอกสารนี้

Related documents

Create these documents online — fill in the details and download a ready-to-use PDF.

หนังสือลาออก

หนังสือลาออกจากงาน ระบุวันที่มีผล เหตุผล (ถ้ามี) และสิ่งที่ต้องส่งคืนบริษัท

Create this document
สัญญาจ้างงาน

สัญญาจ้างงานสำหรับพนักงานประจำ ครอบคลุมเงื่อนไขการจ้าง เงินเดือน สวัสดิการ และเงื่อนไขการเลิกจ้าง

Create this document

Frequently asked questions

ลาออกแล้วนายจ้างหักเงินเดือนเพราะไม่ครบ 30 วันได้ไหม?

การหักค่าจ้างมีข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างจะหักเงินลูกจ้างตามอำเภอใจไม่ได้ หากมีประเด็นความเสียหายจากการลาออกกะทันหัน ควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและปรึกษาผู้รู้เป็นรายกรณี

ยื่นลาออกแล้วขอถอนได้ไหม?

โดยทั่วไปหากนายจ้างยังไม่ได้ตกลงรับหรือดำเนินการตาม การขอถอนอาจทำได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอม แต่เมื่อการลาออกมีผลแล้ว การกลับเข้าทำงานมักต้องเป็นการตกลงจ้างใหม่ ควรสื่อสารกับนายจ้างให้ชัดเจน

ลาออกกะทันหันวันเดียวได้ไหม?

ทำได้ในทางข้อเท็จจริง แต่หากผิดเงื่อนไขบอกกล่าวล่วงหน้าและก่อความเสียหาย อาจมีประเด็นความรับผิด ควรพยายามบอกล่วงหน้าตามที่ตกลงและส่งมอบงานให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย

ลาออกแล้วได้เงินชดเชยไหม?

ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นสิทธิกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง การลาออกด้วยความสมัครใจเองโดยทั่วไปจึงไม่ได้ค่าชดเชยส่วนนี้ แต่ยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างและสิทธิค้างจ่ายอื่น

Legal references

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 (การบอกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดเวลา ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งช่วงการจ่ายค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 3 เดือน)
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ข้อจำกัดการหักค่าจ้าง และสิทธิที่เกี่ยวข้องเมื่อสิ้นสุดการจ้าง)

This content is for general information only and is not legal advice for your specific situation. Consult a lawyer if in doubt.

View all guides